6.ขี้เหล็ก
ชื่อสามัญ : Siamese senna, Siamese cassia
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senna siamea (Lam.)
ชื่ออื่นๆ
: ขี้เหล็กแก่น, ขี้เหล็กบ้าน, ผักจี้ลี้, ขี้เหล็กใหญ่, ขี้เหล็กหลวง
วงศ์
: FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
: เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นมักคดงอ
เปลือกมีสีเทาถึงน้ำตาลดำแตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ
ส่วนลักษณะของผลขี้เหล็ก มีลักษณะเป็นฝักแบนกว้าง 1.4 เซนติเมตร
ยาว 15-23 เซนติเมตร มีความหนา มีสีน้ำตาล มีเมล็ดหลายเมล็ด ลักษณะของใบขี้เหล็ก เป็นใบประกอบแบบขนนก
เรียงสลับกัน ใบเป็นสีเขียวเข้ม มีใบย่อยรูปรี 5-12 คู่
กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ที่ปลายสุดเป็นใบเดี่ยว ปลายใบเว้าตื้น โคนใบมน
ขอบและแผ่นใบเรียบ ลักษณะของดอกขี้เหล็ก จะออกดอกเป็นช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง
มีดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงกลมมี 3-4 กลีบ ปลายมน กลีบดอกมี 5 กลีบ
ปลายมน โคนเรียว หลุดร่วงง่าย ก้านดอกจะยาว 1-1.5 เซนติเมตร
และมีเกสรตัวผู้หลายเกสร
สรรพคุณ :
ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง
ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
รากช่วยบำรุงธาตุ
ช่วยเจริญธาตุไฟ
แก่น ช่วยรักษาวัณโรค ช่วยรักษามะเร็งปอด
ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร
ขอบคุณ https://medthai.com
ขอบคุณ https://medthai.com
เอกสารอ้างอิง : รองศาสตราจารย์ รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น