13.มะค่าโมง
ชื่อสามัญ : Siamese Rosewood
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib. T
ชื่ออื่นๆ : ภาคกลาง และทั่วไป มะค่าโมง มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง ฟันฤๅษี,ภาคเหนือ มะค่าหลวง
มะค่าหัวคำ ,ภาคอีสาน มะค่า เขง, เบง (สุรินทร์) ปิ้น (นครราชสีมา) ,ภาคตะวันออก มะค่าโมง บิง (จันทบุรี)
มะค่าหัวคำ ,ภาคอีสาน มะค่า เขง, เบง (สุรินทร์) ปิ้น (นครราชสีมา) ,ภาคตะวันออก มะค่าโมง บิง (จันทบุรี)
วงศ์ : Leguminosae
ลักษณะพฤกษศาสตร์ :
ลำต้น มะค่าโมง เป็นไม้ขนาดใหญ่ แต่ไม่สูงมากนัก ลำต้นมีความสูงประมาณ 10 – 18 เมตร มีเรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง แตกกิ่งต่ำตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม
ลำต้น มะค่าโมง เป็นไม้ขนาดใหญ่ แต่ไม่สูงมากนัก ลำต้นมีความสูงประมาณ 10 – 18 เมตร มีเรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง แตกกิ่งต่ำตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม
ใบ ใบมะค่าโมงเป็นใบประกอบ ออกเรียงสลับกันบนกิ่งแขนง มีก้านใบหลักยาวประมาณ 18-30 เซนติเมตร มีประกอบด้วยใบย่อยขึ้นตรงกันข้าม 3 – 5 คู่ ใบย่อยมีก้านใบสั้นประมาณ 3 – 5 มิลลิเมตร ใบย่อยแต่ละใบมีรูปไข่ ฐานใบ และปลายใบมน แผ่นใบเรียบ และมีสีเขียวเข้ม แผ่นใบมีเส้นกลางใบชัดเจน ขนาดใบกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4 – 10 เซนติเมตร
ดอก ดอกมะค่าโมงออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 5 – 15 เซนติเมตร มีขนคลุมบางๆ ดอกย่อยมีก้านดอกยาว 7 – 10 มิลลิเมตร ดอกมีใบประดับเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาว 6 – 9 มิลลิเมตร มีขนปกคลุม กลีบรองดอกมี 4 กลีบ กลีบรองดอกมีรูปขอบขนาน เรียงซ้อนทับกัน ยาวประมาณ 10 – 12 ส่วนกลีบดอกมีเพียงกลีบเดียว มีรูปทรงกลม ยาว 5 – 12 มิลลิเมตร แผ่นกลีบดอกมีสีแดงเรื่อๆ ถัดมาด้านในเป็นเกสรตัวผู้ที่มี 11 อัน ที่มี 8 อัน เป็นเกสรสมบูรณ์ และ 3 อัน เป็นหมัน ก้านเกสรแยกออกจากกัน ถัดมาตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย มีขนปกคลุมยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร ด้านล่างเป็นรังไข่ โดยดอกจะออกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม
ผล และเมล็ด ผลมะค่าโมง เรียกว่า ฝัก มีลักษณะแบนขนาดใหญ่ ฝักกว้างประมาณ 7 – 10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 12 – 20 เซนติเมตร ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล และจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก ส่วนด้านในมีเมล็ด 2-5 เมล็ด
สรรพคุณ
เปลือกลำต้น (ต้มน้ำดื่ม) ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ รักษาริดสีดวง แก้ท้องเสีย รักษาโรคบิด เปลือกลำต้น (ต้มน้ำอาบหรือใช้บดทา) รักษาโรคผิวหนัง ใช้ทารักษาแผล
เปลือกฝัก และเมล็ดมะค่าโมง (นำมาต้มน้ำดื่ม) สำหรับใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ รักษาโรคริดสีดวงทวาร เนื้อเมล็ดดิบหรือแก่นำมาหั่นเป็นฝอย แล้งต้มน้ำดื่ม สำหรับช่วยบรรเทาอาเจียน เมล็ดแก่นำมาผ่าให้เห็นเนื้อเมล็ด ก่อนใช้กดทับแผลที่ถูกแมลงกัดต่อย เพื่อบรรเทาอาการปวด และลดพิษ
เอกสารอ้างอิง :
- มธินี ตาฬุมาศสวัสดิ์. 2549. พรรณไม้ห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี. สำนักหอพรรณไม้
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
- ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. มะค่าโมง. ออนไลน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559. เข้าถึงได้ที่ : http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=260/.
- โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ-และภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง. มะค่าโมง. ออนไลน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559. เข้าถึงได้ที่ : http://eherb.hrdi.or.th/search_result_details.php?herbariumID=57&name=มะค่าโมง/







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น