2.กระทุ่ม
ชื่อสามัญ : Wild cinchona
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Neonauclea purpurea (Roxb.) Merr.
ชื่ออื่นๆ
: ตะกู, ตะโกใหญ่, ตุ้มพราย, ทุ่มพราย,
กระทุ่มบก กระทุ่มก้านยาว, ตะโกส้ม, แคแสง,
โกหว่า, ตุ้มหลวง
วงศ์
: วงศ์เข็ม (RUBIACEAE)
ลักษณะพฤกษศาสตร์ : จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบหรือไม่ผลัดขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-30 เมตร บางครั้งมีพูพอน ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งก้านตั้งฉากกับลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบมนออกแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบมน กลม หรือเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-17 เซนติเมตรและยาวประมาณ 20 เซนติเมตร แผ่นใบบางและเหนียว หลังใบเรียบเป็นมัน ส่วนท้องใบมีขนสั้นนุ่มหรือบางทีเกลี้ยง ออกดอกที่ปลายกิ่งเป็นช่อกลมกระจุกแน่น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร ก้านช่อยาวประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร ดอกย่อยมีขนาดเล็กอัดกันแน่น ติดบนใบประดับขนาดเล็กประมาณ 1-3 คู่ กลีบเลี้ยงดอกมีลักษณะเป็นหลอดสั้น ยาวประมาณ 0.2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นกลีบ ยาวเท่า ๆ หลอดกลีบ กลีบดอกเป็นสีเหลือง ผลเป็นผลรวมที่เกิดจากวงกลีบเลี้ยงที่เชื่อมติดกัน หรือผลเป็นกระจุกกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-4 เซนติเมตร ผลย่อยแยกกัน มีขนาดประมาณ 0.3 เซนติเมตร ผิวขรุขระ อุ้มน้ำ ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็ก
สรรพคุณ :
ขอบคุณ https://medthai.com
1. ช่วยลดความดันโลหิต (ใบและเปลือก)
2. ใบและเปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้ไข้ น้ำต้มจากใบและเปลือกต้น ใช้อมกลั้วคอแก้อาการอักเสบของเยื่อเมือกในปาก ใช้เป็นยารักษาโรคในลำไส้ ช่วยแก้อาการปวดมดลูก ด้วยการใช้ใบและเปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเป็นยากิน
3. ผลใช้เป็นยาฝาดสมานในโรคท้องร่วง
เอกสารอ้างอิง : เอกสารอ้างอิง : หนังสือสมุนไพรในอุทยานแห่งชาติภาคกลาง. “กระทุ่ม”. (พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, รศ.ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, อาจารย์กัญจนา ดีวิเศษ). หน้า 58




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น