5.ขนุน
ชื่อสามัญ : Jackfruit
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artocarpus heterophyllus Lam.
ชื่ออื่นๆ
: ขะนู, นะยวยซะ, เนน,
นากอ, มะหนุน, ลาน, หมักหมี้
วงศ์
: MORACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
: เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-30 เมตร
กิ่งและลำต้นเมื่อมีแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นไหลออกมา ลักษณะของใบขนุน เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบเป็นรูปรี ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ใบหนา
ผิวด้านบนของใบจะมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนผิวใบด้านล่างจะสากมือ
ใบขนุนกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ออกเป็นช่อเชิงสดแยกเพศอยู่รวมกัน
เป็นช่อสีเขียว อัดกันแน่นและอยู่บนต้นเดียวกัน
โดยดอกเพศผู้จะออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ ผลขนุน หรือ ลูกขนุน ลักษณะภายนอกจะคล้าย ๆ จำปาดะ (ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกัน) โดยลักษณะของลูกขนุน ในผลดิบเปลือกมีสีขาว หนามทู่ ถ้ากรีดจะมียางเหนียว
ถ้าแก่เปลือกจะมีสีน้ำตาลอ่อนอมเหลืองและหนามจะป้านขึ้นด้วย
ภายในผลของขนุนจะมีซังขนุนหุ้มยวงสีเหลืองไว้ เมล็ดจะอยู่ในยวง
โดยดอกขนุนจะออกดอกปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงเมษายน-พฤษภาคม
และในช่วงธันวาคม-มกราคม
สรรพคุณ :
ยางและใบ ช่วยขับพยาธิ ใช้แก้โรคผิวหนังต่าง ๆ ช่วยรักษาแผลมีหนองเรื้อรัง ช่วยรักษาแผลมีหนองเรื้อรัง ใช้ทาแผลบวมอักเสบ ช่วยแก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่เกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง
ขอบคุณ https://medthai.com
เอกสารอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร
ช่วยบำรุงโลหิต
ทำให้เลือดเย็นแก่นและเนื้อไม้ของต้นขนุน นำมาใช้รับประทานช่วยแก้กามโรค (แก่นขนุนหนังหรือขนุนละมุด, ราก,
แก่น)
ขนุนมีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง ชูหัวใจให้สดชื่น
ช่วยบำรุงร่างกาย เมล็ดช่วยแก้อาการปวดท้อง ใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยสมานลำไส้ (เนื้อหุ้มเมล็ดสุก, เนื้อในเมล็ด, ผลสุก, เมล็ด)
ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (ผลสุก)
ยางและใบ ช่วยขับพยาธิ ใช้แก้โรคผิวหนังต่าง ๆ ช่วยรักษาแผลมีหนองเรื้อรัง ช่วยรักษาแผลมีหนองเรื้อรัง ใช้ทาแผลบวมอักเสบ ช่วยแก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่เกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง
ขอบคุณ https://medthai.com
เอกสารอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น